DoDe - Dog

DoDe - Dog ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ , เว็บสำหรับคนรักสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการฝึกสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, เครื่องมือและอุปกรณ์เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

DoDe - Dog

DoDe - Dog ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ , เว็บสำหรับคนรักสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการฝึกสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, เครื่องมือและอุปกรณ์เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

DoDe - Dog

DoDe - Dog ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ , เว็บสำหรับคนรักสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการฝึกสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, เครื่องมือและอุปกรณ์เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

DoDe - Dog

DoDe - Dog ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ , เว็บสำหรับคนรักสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการฝึกสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, เครื่องมือและอุปกรณ์เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

DoDe - Dog

DoDe - Dog ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ , เว็บสำหรับคนรักสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการฝึกสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, เครื่องมือและอุปกรณ์เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตัวอักษร ช - ซ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตัวอักษร ช - ซ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberion Husky)



ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberion Husky)

ความสูง/น้ำหนัก สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ จะมีความสูงประมาณ 21 ถึง 23.5 นิ้ว จากส่วนที่เท้าที่ติดพื้นไปจนถึงส่วนตะโหนกหรือต้นคอ น้ำหนักจะอยู่ในเกณฑ์ระหว่าง 45 ถึง 60 ปอนด์ ส่วนเพศเมียจะสูงราว ๆ 20 ถึง 22 นิ้ว หนักประมาณ 35 ถึง 50 ปอนด์

สี สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ จะมีสีเทาเหมือนสุนัขจิ้งจอก นอกจากนั้นก็มีสีเงิน สีแทนสีน้ำตาล สีดำ และมักจะมีแต้มด่างขาวบนหัวและเป็นลักษณะสีและด่างที่ไม่เหมือนสุนัขพันธุ์อื่นใด

เหมาะสำหรับ คนเลี้ยงที่กระฉับกระเฉง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่โปรดปรานกีฬาฤดูหนาว นั่นคือคนที่ปรารถนาอยากได้สุนัขที่ว่องไวรวดเร็วและกล้าหาญ และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาฤดูหนาวได้ดี

ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ คนเลี้ยงที่ชอบอยู่แต่ในบ้านและคนที่ชอบเอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ ไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไร พูดง่าย ๆ คนหลังยาวไม่ควรเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ เพราะความปราดเปรียวของสุนัขนั่นเอง

สิ่งจำเป็น สุนัขพันธุ์นี้ไม่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มีขนาดกว้างขวางแต่ต้องการอิสระนอกบ้านอย่างมาก สามารถปล่อยให้อยู่ตามลานวิ่งหรือตามสวน หรือแม้แต่ตามอพาร์ทเมนท์เล็ก ๆ ก็เพียงพอแล้ว ขอให้ได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านบ่อย ๆ แทบทั้งวันก็เป็นอันใช้ได้ สุนัขพันธุ์นี้ต้องการเจ้านายที่แข็งแรง ซึ่งมักจะยอมรับและเชื่อฟังโดยดี และควรจะมีเวลาพามันออกไปเที่ยวนอกบ้านได้เป็นประจำวันละนาน ๆ โดยไม่คำนึงถึงความหนาวเย็นของอากาศ และการดูแลเสริมสวยก็ไม่จำเป็นต้องพิถีพิถันมากนัก ใช้เวลานิดหน่อยก็พอแล้ว เพราะสุนัขพันธุ์นี้ต้องการการออกกำลังกายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว เพื่อเสริมสร้างพลังในร่างกาย จึงจำเป็นต้องได้รับอาหารที่มีไขมันสูงกว่าสุนัขพันธุ์อื่น ๆ

จุดเด่น สุนัขพันธุ์นี้มีความอดทนสูงมาก ทำงานได้ดุจหุ่นยนต์รักเจ้านายและครอบครัว ชอบเด็ก ๆ และเข้ากับคนได้ง่าย แม้แต่สุนัขด้วยกันเอง สามารถปรับตัวเข้าได้กับสภาพอากาศทุกประเภท ในประเทศรัสเซียและในอลาสก้าของอเมริกานั้น นิยมใช้สุนัขพันธุ์นี้ลากเลื่อน นับว่าเป็นสุนัขรูปร่างค่อนข้างเล็กที่แข็งแรงและวิ่งเร็วมากทีเดียวและเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดีด้วย

ข้อเสีย เพราะความที่เป็นสุนัขชอบทำตัวเป็นจ่าฝูง เวลาเผชิญหน้ากับสุนัขอื่น ๆ จึงมักจะเกิดการเขม่นและประลองกำลังกันอยู่ บ่อย ๆ นั่นคือจะเกิดการต่อสู้กัน บางครั้งอาจถึงกับเลือดตกยางออก

ช่วงชีวิต สุนัขพันธุ์นี้จะมีอายุประมาณ 10 ปี สูงสุดก็ไม่เกิน 14 ปี

เซนท์ เบอร์นาร์ด (Saint Bernard)



เซนท์ เบอร์นาร์ด (Saint Bernard)

ความสูง / น้ำหนัก ตัวผู้จะสูงประมาณ 27.5 นิ้ว ตัวเมียสูงไม่ต่ำกว่า 25.5 นิ้ว น้ำหนัก 120 ถึง 165 ปอนด์ ตัวเมียจะมีรูปร่างบอบบางกว่า

สี สีขาวสลับสีแดงหรือสีแดงสลับสีขาว สีแดงอาจมีความเข้มต่าง ๆ กันออกไป ใบหน้ามักมีสีดำและจุดสีขาวบาง ๆ

เหมาะสำหรับ ผู้ที่ชอบทำอะไรใหญ่ ๆ โต ๆ เลี้ยงโดยเจ้าของในชนบทที่มั่งคั่ง หรือผู้ที่ชอบเก็บตัวอยู่โดดเดี่ยว ซึ่งมีประสบการณ์ในการเลี้ยงสุนัข

ไม่เหมาะสำหรับ คนธรรมดา ๆ โดยเฉพาะร่างกายและจิตใจเปราะบาง

สิ่งจำเป็น บริเวณกว้าง ๆ อาหารมาก ๆ เจ้าของควรมีเพื่อนตามร้านขายเนื้อ หรือไม่ก็มีเงินมาก ๆ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเรื่องอาหาร ไม่ใช่เป็นสุนัขที่เลี้ยงตามอพาร์ทเมนท์หรือในเมือง เซนท์ เบอร์นาร์ดควรจะเลี้ยงในคอกที่มีอุปกรณ์พร้อม มันต้องการเดินวันละไกล ๆ แม้จะอยู่แต่กลางแจ้งโดยส่วนใหญ่ก็ตาม

ข้อดี เป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดีมาก ปากไม่เปราะ ซื่อสัตย์ เชื่อฟัง จิตใจดี ใจเย็น เข้ากับเด็กได้ดี ใช้เป็นสุนัขกู้ภัยได้ดีเยี่ยม (หากได้รับการฝึก) โดยเฉพาะการค้นหาผู้ที่หลงทางตามภูเขา

ข้อเสีย มักไม่ชอบสุนัขตัวเล็ก ๆ ตัวที่มีน้ำหนักมากเกินไปจะเกียจคร้าน ชอบนั่งนอนอยู่กับที่และเจ็บป่วยได้ง่าย พันธุ์ที่มีขนยาวจะต้องแปรงและหวีให้บ่อยกว่าพันธุ์ขนสั้น

ช่วงชีวิต ประมาณ 10 ปี

เซ็ทเทอร์ (Setter)



เซ็ทเทอร์ (Setter)

ได้แก่พันธุ์อิงลิช (English),กอร์ดอน (Gordon) และไอริช เซ็ทเทอร์ (lrish Setter)

ส่วนสูง/น้ำหนัก อิงลิช เซ็ทเทอร์ สูงประมาณ 26 ถึง 27 นิ้ว หนักประมาณ 60 ถึง 66 ปอนด์

กอร์ดอน เซ็ทเทอร์ สูงประมาณ 24 ถึง 27 นิ้ว หนักประมาณ 55 ถึง 80 ปอนด์

ไอริช เซ็ทเทอร์ สูงประมาณ 21 ถึง 27 นิ้ว หนักประมาณ 50 ถึง 70 ปอนด์

ตัวเมียมักเล็กกว่าเล็กน้อย (23 ถึง 26 นิ้ว) และมีน้ำหนักน้อยกว่า (45 ถึง 70 ปอนด์) สี อิงลิช เซ็ทเทอร์ สีขาวและมีจุดสีดำ สีเลมอน สีส้ม หรือสีเกาลัด สามสีมีสีดำ สีขาวสีน้ำตาลเข้ม

กอร์ดอน เซ็ทเทอร์ สีดำคล้ายถ่านหินและมีลายสีมะฮอกกานีบางครั้งจะมีลายสีขาวเล็ก ๆ ที่หน้าอก

ไอริช เซ็ทเทอร์ สีแดงมะฮอกกานี

เหมาะสำหรับ คนชั้น “ขุนน้ำขุนนาง” นักล่าสัตว์ และครอบครัวที่รักการกีฬา

ไม่เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีอารมณ์อ่อนไหว แปรปรวน ตื่นเต้นง่าย

สิ่งจำเป็น อพาร์ทเมนท์ขนาดพอสมควรเป็นอย่างน้อย หรือจะให้ดีก็บ้านที่มีสวน ต้องการการออกกำลังให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และต้องการความรักจากเจ้าของ ควรดูแลขนให้ดี(อาจจะถึงกับต้องสาง) และแปรงขนทุกวัน เพื่อไม่ให้เกาะกันเป็นแผ่น การดูแลหูก็สำคัญเช่นกัน

ข้อดี มีวินัย ซื่อสัตย์โดยเฉพาะกับนาย ความรู้สึกไว มีความเป็นมิตร และกระฉับกระเฉง หากได้รับการฝึกจะเป็นผู้ช่วยในการล่าสัตว์ได้ดีมากทั้งบนบกและในน้ำ เซ็ทเทอร์เป็นมิตรและอดทนต่อเด็ก ๆ โดยทั่วไปแล้วเป็นสุนัขที่มีสุขภาพดี

ข้อเสีย เซ็ทเทอร์ชอบท่องไป ขนร่วงมากเหมือนกัน และปกติไม่ชอบนั่งรถ เป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่เชื่อถือไม่ได้ 100% เนื่องจากความตะกละ จึงมีแนวโน้มว่าจะอ้วนได้

ช่วงชีวิต 14 ถึง 16 ปี หากได้รับการเอาใจใส่ที่ดี อาจจะถึง 20 ปี

ซาลูกิ (Saluki)



ซาลูกิ (Saluki)

ส่วนสูง/น้ำหนัก ตัวผู้ 23 ถึง 28 นิ้ว หนัก 60 ปอนด์ ตัวเมียสูงอย่างน้อย 21 นิ้ว หนัก 55 ปอนด์ สีน้ำตาลแบบสีทราย สีขาวและมีลาย ๆ สีเหลืองทราย หรือสีแดงปนน้ำตาล (auburn) สีดำและมีลายสีขาว สีเหลืองทรายหรือสีแดงปนน้ำตาล สามสี คือ สีขาว สีดำ และสีแดง หรือสีขาวสีดำ และสีเหลืองทราย

เหมาะสำหรับ ผู้ที่ชอบสุนัขที่ว่องไว ปราดเปรียว ท่าทางสง่างามมาก ๆ ซึ่งอาจนำไปวิ่งแข่งได้

ไม่เหมาะสำหรับ ผู้ที่อยู่แต่กับบ้าน ซึ่งไม่ชอบทำอะไรนอกบ้าน

สิ่งจำเป็น มีบริเวณของตัวเองตามอพาร์ทเม้นท์กว้าง ๆ และการออกกำลังกายกลางแจ้งทุกวัน การออกกำลังกายกลางแจ้งนานเท่าใดไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่ที่มันต้องการคือ วิ่งเล่นได้อย่างเสรีตามคุณไป เช่น เวลาไปขี่จักรยาน

ข้อดี ดูแลง่ายเมื่อเทียบกับสุนัขพันธุ์อื่น ๆ ความรู้สึกไว รักเจ้าของ กระหายที่จะได้ออกท่าออกทาง เป็นนักวิ่งแข่งชั้นเยี่ยม ความเร็วประมาณ 30 ถึง 33 ไมล์/ชั่วโมง (50 ถึง 55 กิโลเมตร/ชั่วโมง)

ข้อเสีย แม้ว่าซาลูกิจะไม่ดื้อเกเรเสียทีเดียว แต่ก็ไม่ค่อยยอมเชื่อฟัง ไม่ค่อยชอบอยู่ใกล้ ๆ เด็ก และระวังตัวเมื่อพบคนแปลกหน้า

ช่วงชีวิต ประมาณ 12 ปี

เชาว์ เชาว์ (Chow Chow)



เชาว์ เชาว์ (Chow Chow)

ความสูง/น้ำหนัก ไม่ต่ำกว่า 18 นิ้วและขนาดที่ดีที่สุดควรจะเป็นประมาณ 20 นิ้วถึง 24นิ้ว น้ำหนักราว ๆ 40 ถึง 50 ปอนด์

สี สุนัขพันธุ์เชาว์ เชาว์ มีอยู่ด้วยกันหลายสีคือ สีดำ สีน้ำเงิน สีแดง สีครีม สีแทน สีเงินสีขาว (บางตัวอาจจะมีสีเดียวโดด ๆ เด่นชัดแต่บางตัวก็อาจจะมีสีเข้มปนเฉดสีจางตามบริเวณหาง ขนรอบคอและซองหาง) ส่วนลิ้นกับปากจะต้องมีสีดำฟ้า

เหมาะสำหรับ คนที่ชอบสันโดษ ชอบอยู่คนเดียว มีความผูกพันกับสุนัขเป็นอย่างดี และชอบที่จะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ แข็งแรง ถึงแม้ว่าจะต้องอาศัยอยู่ในเมืองก็ตาม

ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ คนที่ชอบเลี้ยงสุนัขเหมือนลูกแหง่ ชอบสุนัขที่เชื่อฟังคำสั่ง สั่งอะไรเป็นต้องทำตาม พูดง่าย ๆ คนที่ชอบใช้อำนาจไม่เหมาะที่จะเลี้ยงสุนัขพันธุ์เชาว์ เชาว์ และสุนัขพันธุ์นี้ก็ไม่เหมาะกับนักเลี้ยงมือใหม่ไร้ประสบการณ์

สิ่งจำเป็น บ้านที่จะเลี้ยงสุนัขพันธุ์เชาว์ เชาว์ ควรจะเป็นอย่างน้อยก็อพาร์ทเมนท์ที่มีขนาดปานกลาง แต่ต้องมีที่ให้วิ่งเล่น อาจจะเป็นลานตึกชั้นล่างหรือที่วิ่งเล่นตามสวนสาธารณะ และที่สำคัญที่สุด ห้องที่จะเลี้ยงเชาว์ เชาว์ ไม่ควรเป็นห้องที่ร้อน ห้องแอร์เหมาะสมที่สุด สุนัขพันธุ์เชาว์ เชาว์ต้องการเจ้านายที่มีความเข้าใจ และมีอารมณ์เสมอต้นเสมอปลาย การดูแลทำความสะอาดเสริมสวยเป็นประจำมีความจำเป็นสำหรับสุนัขพันธุ์นี้ ถึงแม้เชาว์ เชาว์จะไม่เป็นปลื้มนักกับการเคลื่อนไหวตลอดเวลา แต่ในหน้าร้อนก็ควรจะพาไปเดินออกกำลังกายบ่อย ๆ

ข้อดี สุนัขพันธุ์เชาว์ เชาว์นี้จะยอมรับเจ้านายเพียงคนเดียวที่มันเชื่อฟังคำสั่ง ถึงแม้ในบางครั้งออกจะลังเลอยู่บ้างก็ตาม และเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีแบบถวายชีวิตให้แก่เจ้านายที่มันรักทีเดียวเลยแต่หากมันเกิดเปลี่ยนใจจากรักเป็นชังจะด้วยเหตุใดก็ตาม ก็ยากที่จะเรียกความรักให้กลับคืนมาได้ดังเดิม เพราะมันเป็นสุนัขพันธุ์ที่ฉลาดและหยิ่งในความเป็นสุนัขชั้นเลิศที่สง่างามดุจราชสีห์ ดังนั้นจึงออกจะยากที่จะอ่านหน้าเชาว์ เชาว์ออกว่าคิดอะไรหรือกำลังกายจะทำอะไร เป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี แต่จะไม่นิยมเห่าสุ่มสี่สุ่มห้า

ข้อเสีย เป็นสุนัขเจ้านายเดียว เชาว์ เชาว์จะตอบสนองต่อคนในบ้านอย่างเป็นมิตร แต่จะไม่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้าเลย เชาว์ เชาว์เป็นสุนัขที่ไม่ค่อยชอบเล่นเกมหรือคิดถึงเด็ก ๆ เท่าไหร่นัก และเป็นสุนัขที่ไม่ชอบที่ครอบปากและสายจูงเอามาก ๆ ให้ใช้บังเหียนแบบเดียวกับบังเหียนม้าจะดีที่สุด

ช่วงชีวิต เชาว์ เชาว์ จะมีอายุยืนระหว่าง 14 ถึง 16 ปี

ชิห์ ชุ (Shih Tzu)



ชิห์ ชุ (Shih Tzu)

สุนัขพันธุ์ราชสีห์ธิเบต (Tibetan lion dog )

ความสูง/น้ำหนัก สูงตั้งแต่ 9 ถึง 10.5 นิ้ว และไม่ควรสูงกว่า 11 นิ้ว หรือต่ำกว่า 8 นิ้ว น้ำหนักของสุนัขที่โตเต็มที่จะอยู่ระหว่าง 12 ถึง 15 ปอนด์ และไม่ควรเกิน 18 ปอนด์ หรือต่ำกว่า 9ปอนด์

สี จะมีสีดำ สีขาว และทุกเฉดของสีเทา สีเทาแกมแดง สีแดงและสีน้ำตาล ปกติสุนัขพันธุ์นี้มักจะมี 2 สี หรือมากกว่านั้น หากสีพื้นเป็นสีเข้มก็มักจะมีแต้มด่างเป็นสีขาว และปลายหางจะมีสีขาว

เหมาะสำหรับ คนที่อยู่ตัวคนเดียวหรือคนที่มีครอบครัว มีเด็กเล็ก ๆ ก็ได้ทั้งนั้น และไม่ห่วงที่จะต้องดูแลรักษาขนด้วยความอดทนเป็นเวลาหลายปี

ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ คนที่รักความสะอาดจนเกินไปและคนที่มีเพื่อนบ้านรังเกียจสุนัขเห่า

สิ่งจำเป็น เจ้านายที่รักและเข้าใจผู้ซึ่งมักจะคอยติดตามด้วยความจงรักภักดี ขนที่ตกยาวจรดพื้นของสุนัขพันธุ์นี้ ควรได้รับการเอาใจใส่ทุกวัน ต้องแปรงขน ต้องหวีเป็นประจำ ซึ่งต้องใช้
เวลาและความอดทน สุนัขพันธุ์นี้ได้ชื่อว่า “สุนัขพันธุ์ราชสีห์แห่งธิเบต ” เพราะแผงคอเหมือนสิงโต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลากิ๊บผมหรือใช้โบว์ผูกรวบผมตอนบนในเวลาที่สุนัขกินอาหาร สุนัขพันธุ์นี้ต้องการเดินออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่ต้องกินเวลาหรือระยะทางยาวเท่าไหร่ และควรให้สุนัขมีอะไรทำหรือเล่นอยู่ตลอดเวลาในบ้าน มันจะมีความสุขมากที่ได้เล่นอยู่ในบ้านหรือ อพาร์ทเมนท์จะเล็กแค่ไหนก็ตาม

ข้อดี ขนาดที่เล็กของสุนัขพันธุ์นี้ ทำให้ดูเหมือนของประดับบ้าน และชื่อเสียงอันลือลั่น กล่าวขานจนเป็นตำนานของบรรพบุรุษของสุนัขพันธุ์นี้และพันธุ์ปักกิ่ง บ่งบอกถึงความเป็นสุนัขมีชนชั้น เพราะเป็นสุนัขที่จักรพรรดิของจีนโปรดปรานเลี้ยงไว้ในวังหลวง ทำให้ถือกันว่าสุนัขทั้งสองสายพันธุ์นี้เป็นสุนัขพระราชวัง มิใช่สุนัขธรรมดา ๆ ทั่วไป แต่ความจริงแล้ว สุนัขพันธุ์นี้เป็นเพียงแค่สุนัขที่ทรหดอดทนและแข็งแรงดุจสุนัขใช้งาน เป็นเพื่อนที่ขี้เล่น อ่อนโยน และชอบเด็ก แต่ ในขณะเดียวกันก็เป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่คอยระแวดระวังภัยตลอดเวลา ไว้ใจได้

ข้อเสีย การเอาใจใส่ดูแลรักษาความสะอาดของสุนัขพันธุ์นี้ต้องใช้เวลามาก ในขณะเดียวกันมันก็จะสลัดขนและคราดเอาสิ่งสกปรกติดขนเข้ามาบ้าน ดังนั้นหลังจากออกไปเดินเล่นในที่ ๆ เปียกชื้น เวลากลับมาให้ทำความสะอาดขนเป็นพิเศษ และสุนัขพันธุ์นี้บางทีก็เห่าเก่ง

ช่วงชีวิต เพราะเป็นสุนัขที่แข็งแรงดุจสุนัขใช้งาน จึงทำให้อายุค่อนข้างยืนถึง 15 ปีและพบบ่อยที่มีอายุยืนกว่านั้น

ชิวาวา (ชิฮัวฮัว) (Chihuahua)



ชิวาวา (ชิฮัวฮัว) (Chihuahua)

มีสองพันธุ์คือ พันธุ์ขนเรียบ กับ พันธุ์ขนยาว

ความสูง/น้ำหนัก ชิวาวาจะสูงไม่เกิน 5 นิ้ว เพศผู้จะหนักประมาณ 6 ปอนด์ เพศเมียจะหนักพอ ๆ กันคือ 6 ปอนด์ (แต่ที่นิยมมักจะเป็น 2 ถึง 4 ปอนด์)

สี จะมีสีขาว สีน้ำตาลอ่อน สีเทาแกมเหลือง สีทราย สีน้ำเงินไปถึงสีดำ บางทีก็มีสีผสมของสีเหล่านี้ 2 หรือ 3 สีด้วยกัน หรือมีแต้มด่าง รอยด่างสีเข้ม

เหมาะสำหรับ เป็นสุนัขของสุภาพสตรี ตราบใดที่มันไม่ได้รับการเลี้ยงดูเอาอกเอาใจจนมากเกินไปจนทำให้เสียสุนัข แต่มันก็เป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับใครก็ตามที่ชอบของกระจุ๋มกระจิ๋ม และเหมาะสำหรับคนชรา

ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ คนที่ชอบกระทำต่อสุนัขพันธุ์นี้ดุจตุ๊กตาให้อยู่แต่ในห้อง ทำให้มันเบื่อหน่าย ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้จะทำให้มันมีชีวิตอยู่อย่างเศร้าสร้อยหงอยเหงา

สิ่งจำเป็น ถึงแม้สุนัขพันธุ์ชิวาวาจะเป็นสุนัขที่เล็กมาก เล็กที่สุดในโลก แต่มันก็เป็นสุนัขที่แข็งแรงกว่ารูปร่างที่เห็น เพื่อที่จะรักษาสุขภาพของสุขภาพของสุนัขพันธุ์นี้ให้แข็งแรงอยู่เสมอ ควรพาไปออกกำลังกายเป็นประจำ และอย่าปล่อยให้อยู่นิ่งเฉย หรือเอาแต่กอด เอาแต่ปล่อยให้อยู่ในตะกร้าหรือกระเป๋า ชิวาวาจะเป็นสุนัขที่ค่อนข้างสมถะในเรื่องที่อยู่อาหาร และการเอาใจใส่ แม้ห้องจะเล็กแค่ไหนมันก็อยู่ได้ เพราะความที่มันมีขนาดเล็กที่สุดในโลกนั่นเอง การดูแลรักษาความสะอาดขนจึงทำได้แสนง่าย ยกเว้นพันธุ์ขนยาวเท่านั้นที่ต้องหวีและแปรงบ่อย ๆ

ข้อดี ชอบเล่นอยู่ในบ้าน แข็งแรงกว่าที่คิด ไม่ชอบอะไรมากไปกว่าการได้ออกไปล่าหรือเล่นไล่งับอะไร และสามารถป้องกันตัวเองจากสุนัขที่ใหญ่กว่าได้ เพราะปราดเปรียวและว่องไวมาก เป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์ สมถะ มีเสน่ห์น่ารัก

ข้อเสีย สุนัขพันธุ์ชิวาวามีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ ตามักจะมีน้ำตาไหล และมักจะเป็นโรคตาแดงหรือตาอักเสบ ดังนั้นจึงควรเช็ดและทำความสะอาดดวงตาของชิวาวาเป็นประจำทุกวันหากฝึกไม่ดีสุนัขพันธุ์ชิวาวานี้อาจจะชอบเห่า

ช่วงชีวิต สุนัขพันธุ์เล็กที่สุดในโลกนี้อายุไม่น้อยที่สุดในโลกเลยมันจะมีอายุยืนถึง 14 ปี หรือมากกว่านั้น หากได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่ให้ความรักเป็นอย่างดี

ชเนาเซอร์ (Schnauzert)



ชเนาเซอร์ (Schnauzert)

มีขนาดเล็ก ขนาดมาตรฐาน และขนาดยักษ์

ความสูง/น้ำหนัก สุนัขพันธุ์ชเนาเซอร์ขนาดเล็กจะมีความสูงประมาณ 12 ถึง 14 นิ้ว ส่วนขนาดที่ดีที่สุดสำหรับชนิดเล็กนี้จะสูงประมาณ 13.5 นิ้ว หนัก 17 ถึง 18 ปอนด์ ชเนาเซอร์ขนาดมาตรฐานจะสูงประมาณ 17.5 ถึง 18.5 นิ้ว หนักประมาณ 33 ถึง 40 ปอนด์ ชเนาเซอร์ขนาดยักษ์จะสูงประมาณ 25.5 ถึง 27.5 นิ้ว วัดตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงตะโหนกหรือต้นคอ ส่วนชเนาเซอร์เพศเมียนั้นจะสูงประมาณ 23.5 ถึง 25.5 นิ้ว จะมีน้ำหนักราว ๆ 74 ถึง 80 ปอนด์

สี สุนัขพันธุ์ชเนาเซอร์ไม่ว่าจะขนาดเล็ก ขนาดมาตรฐาน หรือขนาดใหญ่จะมีสีดำด้านทั้งนั้น นอกจากนั้นบางตัวจะมีสีเงิน

เหมาะสำหรับ คนที่ต้องการสุนัขเพื่อการคุ้มกัน ป้องกันภัยหรือครอบครัวที่มีเด็ก ๆ และต้องการสุนัขที่ปราดเปรียวกระฉับกระเฉงมากกว่าสุนัขสวยงาม นอกจากกระฉับกระเฉงปราดเปรียวแล้ว สุนัขพันธุ์ชเนาเซอร์ยังเชื่องและเรียนรู้เร็วอีกด้วย

ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ คนที่ใจอ่อนมาก ๆ หรือคนไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ ลังเลใจ เพราะ ชเนาเซอร์นั้นเป็นสุนัขที่ปราดเปรียวมาก ๆ และมักชอบทำอะไรรวดเร็ว เปิดปุ๊บติดปั๊บ

สิ่งจำเป็น ขึ้นอยู่กับขนาดของสายพันธุ์ พันธุ์เล็กนั้นอยู่ในบ้านขนาดปานกลาง ไม่ต้องใหญ่นักก็ได้ สำหรับพันธุ์ใหญ่นั้นควรจะอยู่บ้านที่มีลานวิ่ง แต่หากจะให้อยู่ในบ้านก็ควรจะเป็นบ้านที่มีสวนให้วิ่งเล่นสุนัขพันธุ์ชเนาเซอร์ทุกขนาดต้องการการออกกำลังกายอย่างมาก และควรมีอะไรให้ทำอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นสุนัขที่ปราดเปรียวมาก ขนนั้นจำเป็นต้องได้รับการดูแลทำความสะอาดตบแต่งเสริมสวยอยู่เป็นประจำ และตัดแต่งหรือเล็มขนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

จุดเด่น เป็นสุนัขเฝ้าบ้านชั้นเลิศ เป็นผู้พิทักษ์ที่มีความกล้าหาญมีใจรักคนและบ้านมากอดทน และเป็นมิตรกับเด็ก ๆ ทุกคน

ข้อเสีย สุนัขพันธุ์ชเนาเซอร์พันธุ์เล็ก บางครั้งจะเล่นงานไม่แต่เฉพาะคนแปลกหน้าเท่านั้น แม้แต่คนที่คุ้นเคยก็ไม่เว้น หากคนดังกล่าวเข้าใกล้เจ้านายหรือสมาชิกในครอบครัวของเจ้านายมัน หรือแม้แต่ทรัพย์สินของครอบครัว ข้อนี้อาจจะเป็นข้อเสีย แต่ในมุมกลับมันก็เป็นข้อที่ควรให้อภัย หากเราเข้าใจนิสัยของสายพันธุ์นี้ว่า “หวงแหน” เจ้านายและของ ๆ เจ้านายมันมาก

ช่วงชีวิต จะมีอายุอยู่ราว ๆ 14 ถึง 16 ปี

ข้อพิจารณาก่อนซื้อ ก่อนที่จะซื้อสุนัขชเนาเซอร์ไปเลี้ยงต้องพิจารณาให้ดี กล่าวคือสุนัขชเนาเซอร์พันธุ์ใหญ่นั้นไม่เหมาะสำหรับคนเลี้ยงสุนัขมือใหม่ เพราะจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และต้องได้รับการฝึกเชื่อฟังคำสั่งบางอย่างที่อาศัยความชำนาญของ ผู้ฝึก และต้องฝึกเป็นประจำทุกวัน มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดพลังก้าวร้าวสั่งสมในตัวของสุนัขพันธุ์นี้ ซึ่งจะเป็นปัญหาในภายหน้าได้