DoDe - Dog

DoDe - Dog ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ , เว็บสำหรับคนรักสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการฝึกสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, เครื่องมือและอุปกรณ์เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

DoDe - Dog

DoDe - Dog ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ , เว็บสำหรับคนรักสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการฝึกสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, เครื่องมือและอุปกรณ์เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

DoDe - Dog

DoDe - Dog ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ , เว็บสำหรับคนรักสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการฝึกสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, เครื่องมือและอุปกรณ์เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

DoDe - Dog

DoDe - Dog ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ , เว็บสำหรับคนรักสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการฝึกสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, เครื่องมือและอุปกรณ์เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

DoDe - Dog

DoDe - Dog ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ , เว็บสำหรับคนรักสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, วิธีการฝึกสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ, เครื่องมือและอุปกรณ์เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตัวอักษร พ - ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตัวอักษร พ - ม แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เม็กซิกัน แฮร์เลสส (เม็กซิกัน ขนเกรียน) (Mexican Hairless)



เม็กซิกัน แฮร์เลสส (เม็กซิกัน ขนเกรียน) (Mexican Hairless)

ตระกูลนี้มีอยู่ 3 พันธุ์ ด้วยกันคือ พันธุ์เม็กซิกัน แฮร์เลสส ,พันธุ์ไชนีส เคร็สต์ (Chinese crested) และพันธุ์เคน นูโด (cane nudo)

ความสูง / น้ำหนัก สูงตั้งแต่ 10 ถึง 16 นิ้ว หนักราว ๆ 18 ปอนด์

สี พันธุ์เคน นูโดจะมีสีเทาเหมือนสีหนังช้าง สีเทาแต้มชมพู สีเนื้อแต้มเทาไปจนถึงสีดำส่วนพันธุ์เม็กซิกัน แฮร์เลสสจะมีสีเทาอมแดง และพันธุ์ไชนีส เคร็สต์จะมีสีขาว สีเทา สีดำ สีทองแดง และแม้กระทั่งสีน้ำเงินและสีผสม และมีแต้มจุดสีต่าง ๆ เหล่านี้

เหมาะสำหรับ คนที่อยากได้ของมีค่าราคาแพง เพราะเป็นของหายาก

ไม่เหมาะสำหรับ คนที่ชอบความเย็น คนที่ชอบกีฬาหน้าหนาว คนที่ชอบอยู่ในห้องเย็นจัด

สิ่งจำเป็น ห้องที่มีความอบอุ่นจะทำให้สุนัขตระกูลนี้มีความสุขมันเป็นสุนัขที่ต้องการความอบอุ่นทั้งทางร่างกายและจิตใจ ขนไม่จำเป็นต้องดูแลมากนัก ออกกำลังบ้างไม่มากไม่น้อยก็เพียงพอแล้ว

ข้อดี มีน้ำใจ ร่าเริง และเอาใจสมาชิกในครอบครัวทุกคนแต่ไม่มีให้คนแปลกหน้าเลย เป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี แต่บางทีก็เห่ามากไปหน่อย

ข้อเสีย ชอบทำตัวสั่น ส่วนหนึ่งเพราะจิตใจ อีกส่วนหนึ่งเพราะต้องการความอบอุ่น รักเด็ก

ช่วงชีวิต ประมาณ 10 ถึง 12 ปี

มีนสเตอร์ลานเดอร์ (Munsterlander)



มีนสเตอร์ลานเดอร์ (Munsterlander)

มี 2 ชนิด คือ กรอสเซอร์ (ใหญ่) และ ไคลเนอร์ (เล็ก)

ส่วนสูง/น้ำหนัก พันธุ์ใหญ่สูงประมาณ 23 ถึง 26 นิ้ว หนักประมาณ 55 ปอนด์ พันธ์เล็ก ตัวผู้สูงประมาณ 20.5 ถึง 22 นิ้ว ตัวเมียสูงประมาณ 17 ถึง 20.5 นิ้ว หนักประมาณ 44 ปอนด์

สี กรอสเซอร์ สีขาวและมีจุดแต้มสีดำ อาจจะมีลายสีน้ำตาลเข้ม และสีน้ำตาลและสีขาวปนกัน

เหมาะสำหรับ เป็นสุนัขล่าสัตว์ได้ทุกประเภท มีความสามารถในการตามกลิ่นเป็นเยี่ยมและชอบเข้าเก็บเหยื่อ กรอสเซอร์ มีนสเตอร์ลานเดอร์ยังเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดีด้วย ควรจะเลี้ยงในคอก ไคลเนอร์ มีนสเตอร์ลานเดอร์เป็นสัตว์ในบ้านที่ดี เป็นเพื่อนเดินและเลี้ยงในอพาร์ทเมนท์ กว้าง ๆ ได้ ตราบใดที่มีการออกกำลังประจำวันอย่างเพียงพอ

ไม่เหมาะสำหรับ ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ป่า แต่ไม่สนใจการล่าสัตว์ บุคคลเหล่านี้ควรจะเลือกสุนัขที่มีสัญชาตญาณการล่าให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

สิ่งจำเป็น กรอสเซอร์ มีนสเตอร์ลานเดอร์ จะมีความสุขที่สุดถ้าได้ไปร่วมล่าสัตว์ด้วย นักล่าสัตว์ที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์อาจจะพอจัดการกับไคลเนอร์ มีนสเตอร์ลานเดอร์ได้ และมันยังเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัวและเป็นเพื่อนเดินได้ด้วย ทั้งสองชนิดนี้ต้องดูแลทำความสะอาดขนของมันให้ทั่ว แต่เมื่อเทียบกับสุนัขพันธุ์อื่นแล้วง่ายกว่า

ข้อดี กล้า ฉลาด มั่นคง เชื่อง และจงรักภักดี ชอบน้ำและการเก็บเหยื่อ มีคุณสมบัติเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี

ข้อเสีย ด้วยเหตุที่มันงุ่นง่านที่จะออกล่าสัตว์อยู่เสมอ จึงต้องขังไว้เพื่อไม่ให้ท่องเที่ยวไปตามหาเหยื่อ นอกทวีปยุโรปและทั้งสองพันธุ์ไม่ได้รับการยอมรับ

มอลตีส (Maltese)



มอลตีส (Maltese)

ความสูง/น้ำหนัก เพศผู้จะสูงราว ๆ 8.5 ถึง 10 นิ้ว เพศเมียสูงประมาณ 8 ถึง 9 นิ้ว น้ำหนักที่เหมาะสม ควรจะต่ำกว่า 7 ปอนด์ หากหนัก 4 ถึง 6 ปอนด์ จะดีที่สุด คุณสมบัติทั้งตั้งเน้นอยู่ที่ขนาด

สี ขาวบริสุทธิ์ (มีสีแทนอ่อน ๆ บริเวณหู กรรมการจะยอมรับในการประกวด แต่ไม่เป็นที่นิยม)

เหมาะสำหรับ คนที่รักจะเลี้ยงสุนัขตัวเล็กที่สวยงามเป็นพิเศษมากกว่าสุนัขที่มีรูปร่างหน้าตาน่าเกรงขาม

ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ ครอบครัวที่รักความสะอาดเป็นที่หนึ่งและคนที่ไม่มีเวลาให้กับการดูแลเสริมสวยขนสุนัขเป็นประจำทุกวัน

สิ่งจำเป็น บ้านหรืออพาร์ทเมนท์ขนาดเล็ก ๆ ก็พอ แต่ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษสำหรับสุนัขพันธุ์นี้ การดูแลหวีขนแปรงขนประจำวันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะขาดเสียมิได้ สุนัขพันธุ์ มอลตีสนี้ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายมากนักก็ได้

ข้อดี มีลักษณะของสุนัข “ขุนนาง” ที่สง่าผ่าเผย ฉลาด บางครั้งก็เจ้าเล่ห์ และติดเจ้านายของมันมาก เวลามีอะไรหรือเสียงอะไรที่น่าสงสัย มันจะให้ความสนใจมากทีเดียว

ข้อเสีย สุนัขพันธุ์นี้ไม่ชอบสลัดขน แต่เพราะความที่ขนยาวจนติดพื้น จึงทำให้สกปรกง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าฝน ดังนั้นทุกครั้งที่ออกไปนอกบ้านเวลาฝนตก ให้เช็ดทำความสะอาดขนแล้วเป่าให้แห้งจะให้ดีที่สุดเวลาฝนตกอย่าพยายามให้สุนัขพันธุ์นี้ออกไปนอกบ้าน

ช่วงชีวิต ค่อนข้างจะอายุยืน 14 ถึง 16 ปี บางทีก็ยืนยาวถึงกว่า 18 ปี

เฟรนซ์ มัสตีฟ (French Mastiff)



เฟรนซ์ มัสตีฟ (French Mastiff)

หรือพันธุ์ด็อกก์เดอบอร์โดซ์ (Dogge de Bordeaux)

ส่วนสูง/น้ำหนัก ตัวผู้สูงอย่างน้อย 30 นิ้ว โดยวัดถึงบ่า หนักประมาณ 185 ปอนด์ และตัวเมียสูงอย่างน้อย 27.5 นิ้ว หนักประมาณ 175 ปอนด์

สี น้ำตาลแดงมะฮอกกานี หน้าอาจจะมีสีดำ หากยิ่งดำจะยิ่งดี มักจะมีสีเข้มกว่าลำตัว

เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการมีสุนัขที่เชื่อฟังดี

ไม่เหมาะสำหรับ อพาร์ทเมนท์เล็ก ๆ และผู้ที่มีอายุ ไม่แข็งแรงหรือไม่ค่อยชอบพบปะใคร ๆ เฟรนซ์ มัสตีฟไม่ใช่สุนัขในฟาร์มและไม่ควรเลี้ยงกลางแจ้งตลอดเวลา

สิ่งจำเป็น อพาร์ทเมนท์ที่ใหญ่พอสมควร มีสนามหญ้า แม้จะไม่ค่อยชอบออกกำลังกายมากนัก ในการฝึกจะต้องมีนายที่ใจดีและมีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูสุนัข การดูแลขนไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก

ข้อดี ความรู้สึกไว จึงเกิดการสะเทือนอารมณ์ง่าย แต่ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น น่ารัก และซื่อสัตย์จงรักภักดี เพียงแต่จะแสดงอาการขู่ผู้ที่ชอบก่อเรื่องวุ่นก็จะตื่นหนีไปแล้ว เฟรนซ์ มัสตีฟเป็นสุนัขที่แข็งแกร่งมีเรี่ยวแรงมาก กล้าหาญ และจะทำอย่างไม่ลดละถ้าเห็นสัญญาณอันตราย

ข้อเสีย อาจมีปัญหาในการฝึกสอน ถ้าอยู่กับบุคคลที่ไม่เหมาะสมจะกลายเป็นสุนัขที่ก้าวร้าวและดุร้าย

ช่วงชีวิต ประมาณ 10 ปี

เฟรนซ์ บูลล์ด็อก (French Bulldog)



เฟรนซ์ บูลล์ด็อก (French Bulldog)

ความสูง/น้ำหนัก สูงตั้งแต่ 10 ถึง 12 นิ้ว หนักไม่ถึง 12 ปอนด์ สำหรับรุ่นไลท์เวท (รุ่นเบา) ส่วนรุ่นเฮฟวี่เวท (รุ่นหนัก) จะหนักระหว่าง 22 ปอนด์ขึ้นไป แต่จะไม่เกิน 28 ปอนด์

สี ขาวบริสุทธิ์ น้ำตาลอมเทา ไปจนถึงดำสนิท และจะมีจุดแต้มตามลำตัวเป็นสีดำและสีแดงปนน้ำตาล บางทีก็มีแต้มขาว บางทีก็ไม่มี

เหมาะสำหรับ คนที่อยากเลี้ยงสุนัขพันธุ์เกรทเดน แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการที่จะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ได้ ก็หันมาเลี้ยงพันธุ์นี้แทนก็ได้

ไม่เหมาะสำหรับ คนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์ที่สูง ๆ โดยปราศจากลิฟต์

สิ่งจำเป็น ไม่จำเป็นต้องมีเนื้อที่กว้างขวางมาก สุนัขพันธุ์บูลล์ด็อกฝรั่งเศสนี้มักจะพึงพอใจที่จะอยู่ในบ้านหรืออพาร์ทเมนท์เล็ก ๆ แต่ขอให้ได้ออกกำลังกายเป็นประจำก็พอ

ข้อดี เป็นสุนัขที่กล้าหาญ ต้องการความรัก ไม่ต้องมีการดูแลเอาใจใส่ขนมากนัก เป็นเพื่อนที่ไว้วางใจได้ (แม้แต่กับคนสูงอายุ) เป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่รอบคอบ ระแวดระวังอยู่ตลอดเวลาและเป็นนักล่าหนูตัวฉกาจ

ข้อเสีย อ่อนไหวต่อความร้อน คือไม่ค่อยชอบความร้อน ห้องหรือบ้านที่จะเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ควรจะเย็น อากาศถ่ายเทได้ดี ยิ่งติดแอร์ยิ่งดีใหญ่ เวลาหลับมักจะกรนและหายใจแรง หากมีน้ำหนักมากเกินไปจะหายใจลำบาก

ช่วงชีวิต อายุสุนัขพันธุ์นี้ค่อนข้างสั้นแค่ 8 ปี หรืออย่างมากก็ไม่เกิน 10 ปี

ฟ็อก เทอร์เรีย (Fox Terrier)



ฟ็อก เทอร์เรีย (Fox Terrier)

เทอร์เรียพันธุ์จิ้งจอก

ความสูง/น้ำหนัก ความสูงวัดจากฝ่าเท้าถึงต้นคอจะไม่เกิน 15.5 นิ้ว เพศเมียจะมีขนาดตามสัดส่วนที่เล็กกว่า สุนัขพันธุ์นี้จะหนักประมาณ 18 ปอนด์ สำหรับประเภทสุนัขประกวด ส่วนเพศเมียก็จะตัวเล็กกว่าราว ๆ 2 ปอนด์

สี สุนัขฟ็อก เทอร์เรียที่มีขนเรียบ สีขนมักจะเป็นสีขาวปนดำพร้อมกับมีแต้มด่าง สีน้ำตาลตามบริเวณหัวและตามตัว ส่วนเทอร์เรียที่มีขนเหนียวหยาบ (ซึ่งถือว่าเป็นคนละพันธุ์กับชนิดขนเรียบ จะมีสีขาวแต้มด่างสีน้ำตาลเเดงไปจนถึงดำแดง)

เหมาะสำหรับ คนที่คล่องแคล่วว่องไว เป็นคนง่าย ๆ และเด็กที่ไม่หงุดหงิดง่าย

ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ คนที่มีปัญหาทางประสาท หรือคนที่ต้องการความสงบและการพักผ่อน

สิ่งจำเป็น สุนัขเทอร์เรียพันธุ์นี้ชอบอยู่ในบ้านหรืออพาร์ทเมนท์ที่มีบริเวณโอ่โถง มีที่วิ่งเล่นได้อย่างสบาย เพราะสุนัขพันธุ์นี้ต้องการการเคลื่อนไหวมาก และอย่างน้อยที่สุดควรพาไปเดินระยะทางยาวเป็นประจำทุกวัน ซึ่งควรมีการละเล่นด้วย ฟ็อก เทอร์เรียพันธุ์ขนเหนียวหยาบนั้นควรมีการเล็มขนเป็นประจำ และหางก็ต้องขลิบออกนาน ๆ ครั้ง ในประเภทขนเรียบนั้น หากตัวไหนที่ขนยาวเกินไปก็ให้ใช้กรรไกรเล็มทิ้งเสีย ฟ็อก เทอร์เรียทั้งสองพันธุ์ควรได้รับการแปรงและหวีขนเป็นประจำ การฝึกควรจะเสมอต้นเสมอปลายอย่างที่สุด

ข้อดี ขี้เล่น ใจดี บางครั้งก็เหลวไหล สอนง่าย และชอบเล่นกับเด็กมาก เป็นสุนัขที่แข็งแรง ใจกล้า และเป็นยามชั้นหนึ่งเลยความอยากรู้อยากเห็นของ สุนัขพันธุ์นี้ ทำให้มันชอบที่จะเข้าไปมีส่วนในทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมัน

ข้อเสีย ไม่เคยปฏิเสธคำเชื้อเชิญหรือคำท้าทายต่อสู้ ขี้อิจฉาง่าย และบางครั้งก็ชอบเห่าหนวกหู

ช่วงชีวิต ก็ประมาณ 12 ถึง 14 ปี

ก่อนซื้อควรพิจารณา ให้สังเกตแต่ละตัวให้ดีก่อนที่จะซื้อลูก สุนัขพันธุ์นี้มาเลี้ยง ว่ามีนิสัยรบกวนหรือเปล่า เช่น ก้าวร้าว ประสาท อ่อนขี้ตกใจง่าย หงุดหงิดง่าย เป็นต้น

พูเดิ้ล (Poodle)



พูเดิ้ล (Poodle)

พูเดิ้ลตุ๊กตา (Toy) พูเดิ้ลเล็ก (Miniature) และพูเดิ้ลมาตรฐาน (Standard)

ความสูง/น้ำหนัก พูเดิ้ลตุ๊กตาจะสูงประมาณ 10 นิ้ว หรือเตี้ยกว่านั้น วัดจากตีนติดพื้นจนถึงปลายไหล่ส่วนที่สูงที่สุด หนักประมาณ 15 ปอนด์ พูเดิ้ลเล็ก จะมีความสูงประมาณ 15 นิ้ว หรือน้อยกว่านั้นวัดจากตีนติดพื้นจนถึงไหล่ส่วนที่สูงที่สุด และจะหนักประมาณ 25 ปอนด์ สำหรับพูเดิ้ลมาตรฐานนั้นจะสูงกว่า 15 นิ้ว สุนัขพันธุ์พูเดิ้ลมาตรฐานนี้หากสูงไม่ถึง 15 นิ้ว ถือว่าไม่ได้มาตรฐานตามสายพันธุ์ในการประกวด และน้ำหนักของสุนัขสายพันธุ์นี้ก็ควรจะเป็น 45 ปอนด์

สี สีของสุนัขพูเดิ้ลทั้ง 3 ประเภท นั้นจะมีสีสม่ำเสมอเรียบติดผิว จะมีสีน้ำเงิน สีเทา สีเงิน สีน้ำตาล สีกาแฟ และสีครีม ในขณะเดียวกันขนของสุนัขพันธุ์พูเดิ้ลอาจจะมีเฉดสีของสีเดียวกันที่หลากหลาย อาจจะมีทั้งเข้มและจางอยู่ในสีเดียวกัน แต่ตามหูและขนรอบคอจะมีสีเข้มกว่าแต่อยู่ในเฉดสีเดียวกัน แต่ถ้ามีสีสลับคือ หลายสีในตัวเดียวกันจะถือว่าผิดมาตรฐานสายพันธุ์พูเดิ้ลไม่ว่าจะเป็นประเภทตุ๊กตา ประเภทเล็ก หรือประเภทมาตรฐานก็ตาม

เหมาะสำหรับ ทั้งคนที่อยู่คนเดียวหรือคนที่มีครอบครัวมีเด็ก ๆ อยู่ด้วย เหมาะสำหรับคนที่ชอบสุนัขสวย น่ารัก ฉลาด และเรียนรู้เร็ว

ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ คนที่ไม่มีน้ำอดน้ำทน คนที่คิดว่าการฝึกสุนัขหมายถึงการทำให้สุนัขมีหุ่นดีตลอดเวลา หรือคนที่หาประโยชน์จากความฉลาดอันเลื่องชื่อของสุนัขพันธุ์นี้ ด้วยการให้สุนัขทำโน่นทำนี้มากเกินไป

สิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นบ้านขนาดไหนก็ตาม ควรจะมีขนาดได้สัดส่วนกับพันธุ์พูเดิ้ลที่เลี้ยง ควรพาออกกำลังกาย เดิน วิ่ง หรือเล่นกับคน ควรจะแปรงและหวีขนทั้งตัวทุกวัน ควรอาบน้ำและตัดเล็บอย่างน้อยทุก ๆ เดือนหรือเดือนครึ่ง

ข้อดี มีรูปร่างสวยคลาสสิค น่ารัก ชอบเที่ยว เข้าใจง่าย เรียนรู้อะไรได้เร็วเป็นพิเศษกว่าสุนัขพันธุ์อื่น ๆ ทั่วไป ชอบเล่นกับเด็ก ๆ และไม่ค่อยผลัดขน เพราะขนหยิกติดหนังนั่นเอง

ข้อเสีย คือการเสริมสวย สุนัขพันธุ์พูเดิ้ลต้องใช้เวลาและความอดทนไม่น้อยในการทำความสะอาดเสริมสวย หรือไม่ก็ต้องพาเข้าร้านสริมสวย สำหรับสุนัขพันธุ์พูเดิ้ลโดยเฉพาะ ต้องใช้เวลาแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ในการอาบน้ำ เป่าขนให้แห้ง แปรง หวีขน ตัดเล็บและเสริมสวย

ช่วงชีวิต พูเดิ้ลจะมีชีวิตยืนราว ๆ 12 ปี

พิจารณาก่อนซื้อ สุนัขพันธุ์พูเดิ้ลตุ๊กตาที่เล็กมาก ๆ มักจะมีอาการเสื่อมทางสรีระและจิตใจ และอาจจะพัฒนาขึ้นเป็นสุนัขที่ขี้ตื่นตกใจเหมือนสุนัขวิกลจริตได้

พินสเชอร์ (Pinscher)



พินสเชอร์ (Pinscher)

มีขนาดมาตรฐานและขนาดเล็ก (มิเนียเจอร์ พินสเชอร์)

ความสูง/น้ำหนัก พินสเชอร์ขนาดมาตรฐานจะสูงประมาณ 16 ถึง 19 นิ้ว หนักตั้งแต่26ถึง 35 ปอนด์ พินสเชอร์ขนาดเล็ก เพศผู้จะสูงราว ๆ 11.5 นิ้ว เพศเมียสูงราว ๆ 10.5 นิ้ว เพศผู้จะหนัก 10 ปอนด์ ส่วนเพศเมียจะหนัก 9 ปอนด์

สี พินสเชอร์จะมีสีดำแต้มน้ำตาล สีเทาแกมแดงไปจนถึงสีแดงและสีเทาอ่อน

เหมาะสำหรับ ใครก็ได้ที่อยู่อาศัยแบบไหนก็ได้ สุนัขตระกูลนี้เป็นที่นิยมมากในยุโรป ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ คนที่มีเพื่อนบ้านที่อ่อนไหวต่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงเห่าของสุนัข

สิ่งจำเป็น สำหรับบ้านหรืออพาร์ทเมนท์ที่จะเลี้ยงสุนัขพันธุ์พินสเชอร์นี้ยังไงก็ได้ สุนัขพันธุ์นี้สามารถปรับตัวเข้าได้ทุกสถานการณ์ค่อนข้างฝึกง่าย และขนก็ไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเสริมสวยบ่อยนักควรจะแปรงและหวีขนอย่างน้อย 2 ถึง 3 วันครั้งก็ได้

ข้อดี เป็นสุนัขรักสะอาดมาก เอาใจเก่ง ฉลาด เป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี สามารถป้องกันตัวเองด้วยเขี้ยวอันแหลมคมหากจำเป็นขึ้นมาสุนัขตระกูลพินสเชอร์ขนาดเล็กนี้เหมาะสำหรับเลี้ยงในเมือง ไม่ว่าห้องจะเล็กแค่ไหนอยู่ได้ทั้งนั้น

ข้อเสีย สุนัขพันธุ์นี้มักจะเห่าเสียงแหลมดัง

ช่วงชีวิต ประมาณ 14 ถึง 15 ปี

พันธุ์ปักกิ่ง (Pekingese)



พันธุ์ปักกิ่ง (Pekingese)

ความสูง/น้ำหนัก สูงตั้งแต่ 8 ถึง 10 นิ้ว วัดถึงต้นคอ หนักระหว่าง 10 ถึง 14 ปอนด์

สี มีทุกเฉดสี ตั้งแต่สีขาวไปจนถึงสีเทาและสีดำ และจากสีเทาแกมแดงไปจนถึงสีแดงมีทั้งสีผสมและสีลายเส้น และมักจะมีแต้มสีขาว

เหมาะสำหรับ คนที่ชอบอยู่เงียบ ๆ คนชรา หรือใครที่กำลังมองหาสุนัขขนาดเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์น่ารัก เป็นสุนัขที่อยู่ติดบ้าน และมีนิสัยปกป้องคุ้มครองบ้านและอาณาบริเวณ

ไม่ค่อยเหมาะสำหรับ ครอบครัวที่มีเด็กเยอะ ๆ คนรักกีฬาและคนที่อยู่ไม่ติดบ้าน

สิ่งจำเป็น สุนัขพันธุ์ปักกิ่งมีความพึงพอใจที่แสดงความเป็นเจ้าของ ได้ปกป้องบ้าน หรืออพาร์ทเมนท์ที่มันอยู่อาศัย แม้จะเป็นหลังเล็ก ๆ ก็ตาม แต่ความที่มีเชื้อสายสุนัขเลี้ยงในพระราชวังในอดีต ดังนั้นบ้านใหญ่ ๆ หรู ๆ สุนัขปักกิ่งก็อยู่ได้อย่างมีความสุข การดูแลทำความสะอาดเสริมสวยขนอยู่เป็นประจำ หวีและแปรงขนบ่อย ๆ นับว่ามีความสำคัญสำหรับสุนัขพันธุ์นี้ และการให้ความรักความเอาใจใส่อย่างมากเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ควรโอ๋เอาใจมากเกินไป จะทำให้เสียนิสัย

ข้อดี ไม่กลัวอะไรที่ขวางหน้า รักสวยรักงาม ต้องการความรักแต่ตามปกติแล้วสุนัขปักกิ่งเป็นสุนัขที่รักเดียวใจเดียว รักเจ้าของคนเดียว จงรักภักดีต่อเจ้านายมาก ซึ่งมันจะไม่ยอมมอบให้กับใครอื่น

ข้อเสีย ความจงรักภักดีและการเตรียมพร้อมตลอดเวลา ในอันที่จะป้องกันเจ้านายและทรัพย์สินของเจ้านาย จะแสดงออกในรูปหวงแหนและเกรี้ยวกราด ขนที่มีเต็มตัวไปหมดมักจะคราดไปตามพื้นและนำสิ่งสกปรกจำนวนมากติดขนเข้าบ้าน

ช่วงชีวิต หากได้รับการดูแลเลี้ยงดูอย่างดีอย่างถูกวิธีจะมีอายุยืนถึง 14 ถึง 16 ปี

พอยน์เตอร์ (Pointer)



พอยน์เตอร์ (Pointer)

ส่วนสูง/น้ำหนัก ตัวผู้ประมาณ 25 ถึง 28 นิ้ว หนักประมาณ 55 ถึง 75 ปอนด์ ตัวเมียสูงประมาณ 23 ถึง 26 นิ้ว หนักประมาณ 45 ถึง 65 ปอนด์

สี สีดำเข้ม สีน้ำตาลแดงคล้ายตับ สีส้ม สีเลมอน ที่เห็นส่วนใหญ่จะมีจุดสีเหล่านั้นบนพื้นขาว

เหมาะสำหรับ นักล่าสัตว์โดยตรง แต่ก็เชื่องและเป็นมิตรกับเด็ก ๆ สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตในบ้านได้

ไม่เหมาะสำหรับ ผู้ที่ไม่สนใจการล่าสัตว์ และต้องการจะเลี้ยงมันเป็นสัตว์เลี้ยงโดยไม่มีโอกาสได้ล่าสัตว์ ไม่เหมะที่จะเป็นสุนัขในเมืองใหญ่

สิ่งจำเป็น ที่กว้าง ๆ ให้วิ่งเดินไปมาได้ ควรเลี้ยงในบ้านที่มีสนาม ต้องการนายที่เป็นนักล่าสัตว์ที่มีประสบการณ์ หรือใครก็ได้ที่สามารถสอนการล่าสัตว์และพามันออกสนามให้มากที่สุดพอยน์เตอร์ต้องการวิ่งทุกวัน ใช้เวลาในการทำความสะอาดขนน้อยมาก

ข้อดี ท่าทางผู้ดี ฉลาด สะอาด เป็นนักล่าสัตว์ที่หิวกระหายและสามารถชี้ตำแหน่งของเหยื่อได้ และมักใช้ในการล่านกและสัตว์อื่น

ข้อเสีย จะเฉื่อยหากเลี้ยงเป็นสุนัขครอบครัว โดยไม่ให้ออกวิ่งเต้นกลางแจ้ง ทั้งนี้เพราะสัญชาตญาณการล่าของมันเด่นชัดมาก

ช่วงชีวิต ประมาณ 10 ถึง 12 ปี